นศ.มหาวิทยาลัยดังเครียดระเบิดขมับฆ่าตัวตาย

นศ.มหาวิทยาลัยดังเครียดเรื่องการเรียนคว้าทูตมรณะของปู่ระเบิดขมับตัวเองดับสยอง


วันนี้ (9 ธ.ค.) ร.ต.ท.มารุต ปัณดิษฐ์โต พนักงานสอบสวน สน.บางชัน รับแจ้งเหตุมีคนใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตในบ้านเลขที่ 99/4 ม.พฤกษชาติ ซ.รามคำแหง118 แยก 16 แขวงและเขตสะพานสูง ไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.วีรชัย โพธิปัตตา ผกก. พ.ต.ท.ภูเบศ เส้นขาว รองผกก.(ป.) พ.ต.ท.ประดิษฐ์ คุ้มสวัสดิ์ สวป. แพทย์รพ.ตำตรวจ  พฐ. และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง  ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ที่ในห้องนั่งเล่นบริเวณชั้นล่างของบ้าน พบศพ นายสหฤทธิ์ ฐิตะฐาน อาย22 ปี นศ.ชั้นปี 2 มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เสียชีวิตสภาพนั่งอยู่บนเก้าอี้ สวมเสื้อยืดสีขาวแขนสั้น กางเกงขาสั้นสีขาว ที่ขมับขวามีร่องรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืน 1 นัด ตรวจสอบพบอาวุธปืนชนิดลูกโม่ขนาด.38 อยู่ในมือข้างขวา จึงเก็บเป็นหลักฐาน


สอบสวนนายอภิวัฒน์ ฐิตะฐาน อาย55 ปี พ่อของผู้ตายให้การว่าครอบครัวทำอาชีพรับซื้อบ้านเก่ามาปรับปรุงเพื่อขายใหม่ ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวนี้อาศัยอยู่ด้วยกัน5คน คือผู้ตาย พี่สาวของผู้ตาย ตนที่เป็นพ่อ และคนใช้อีก2คน ก่อนเกิดเหตุได้ชวนผู้ตายออกไปกินข้าวนอกบ้าน แต่ผู้ตายปฏิเสธบอกว่าอยากอยู่บ้าน จึงออกไปกับลูกสาว โดยระหว่างที่คนกวาดพื้นอยู่หน้าบ้านแล้วยินเสียงปืนจึงวิ่งเข้าไปดูพบลูกชายเสียชีวิตแล้ว อย่างไรก็ตามคาดว่าลูกชายคงเครียดเรื่องการเรียน เนื่องจากเคยดรอปเอาไว้หลายวิชา และก่อนหน้านี้ก็เข้ามาปรึกษาว่ากำลังจะไปดรอปเพิ่มอีก รวมทั้งบ่นๆว่าคิดถึงแม่ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปีที่แล้ว ในครอบครัวก็พยายามปลอบใจ แต่ก็ไม่คิดว่าลูกชายจะกล้าใช้ปืนยิงตัวตาย ส่วนปืนกระบอกนี้ก็เป็นของปู่ผู้ตายซึ่งเคยซื้อเอาไว้ตอนยังมีชีวิต


เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เก็บร่องรอยหลักฐานไปตรวจสอบเพื่อสรุปสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป.

ข่าวและภาพ www.dailynews.co.th

ตร.สน.ร่มเกล้ารวบผู้ต้องหาลักทรัพย์-ชำเราเด็ก

ตร.สน.ร่มเกล้า แถลงจับกุมผู้ต้องหาคดีตระเวนลักทรัพย์ย่านสะพานสูง ผู้ต้องหาเผยหาเงินแลกยาบ้า อีกรายถูกจับคดีกระทำชำเราเด็กอายุ 8 ขวบ อ้างทำไปเพราะเมา


เมื่อวันที่ 10 ม.ค.เวลา 15.30 น. ที่สน.ร่มเกล้า พ.ต.อ.เอก เอกศาสตร์ รองผบก.น.3 พ.ต.อ.พันธนะ นุชนาถ ผกก.สน.ร่มเกล้า พ.ต.ต.อุกฤช ศรีนิตวรวงศ์ สว.สส.พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายวัชรินทร์ หรือ มูซ่า มหาดเล็ก อายุ 21 ปี ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำลายสิ่งกีดกั้นสำหรับบุคคลหรือทรัพย์ หรือรับของโจร


พ.ต.อ.เอกกล่าวว่า เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาพร้อมนายพงษ์พัฒน์ หรือ ฟูอาร์ท มะทะวงศ์ก่อเหตุลักทรัพย์นายวิศรุต เผือกอ้น ที่บ้านเลขที่ 45/7 หมู่2 แขวงและเขตสะพานสูง  ได้ทรัพย์สินได้ทั้งหมด 4 แสนบาท จึงนำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บ้านเลขที่ 11/9 หมู่8 แขวงและเขตสะพานสูง  ส่วนนายพงษ์พัฒน์ ถูกทาง สน.บางชันจับกุมข้อหาเสพยาเสพติดดำเนินคดีส่งเรือนจำพิเศษมีนบุรีไปแล้ว เบื้องต้นทราบว่าทั้งสองจะตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ตามหมู่บ้านและร้านกาแฟไปแลกยาบ้าและยาไอซ์เพื่อเสพจาก บังไดนี ซึ่งเป็นหัวหน้าแกงค์ อายุประมาณ 30 ปี อยู่ในชุมชนวังหนับอุทิศ ย่านสะพานสูง ท้องที่ สน.บางชัน โดยบังไดนีเคยถูกจับข้อหาปล้นทรัพย์และเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งรัดหมายจับเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย



ด้านนายวัชรินทร์ให้การว่า เคยทำงานเป็นรปภ.ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง และได้รับการชักชวนจากนายพงษ์พัฒน์ซึ่งเป็นเพื่อนให้ตระเวนก่อเหตุ โดยขับจยย.ไปดูลาดเลาและเข้าไปงัดแงะทรัพย์สิน เพื่อนำไปแลกยา โดยนายวัชรินทร์เป็นคนซ้อน ก่อเหตุมาแล้ว 10 กว่าครั้ง ซึ่งนายวัชรินทร์เคยติดคุกข้อหาปล้นทรัพย์และเสพยาเสพติด เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


พ.ต.อ.เอกกล่าวต่ออีกว่า อีกคดี เจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายชาญชัย หรือ อาร์ต แสงสุขงาม อายุ 22 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรีเลขที่ 17/2556 ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามและกระทำอนาจารเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยเด็กนั้นไม่อยู่ในภาวะขัดขืนได้ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงดึกของวันที่ 31 ธ.ค. ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 8 ปี กำลังเล่นซ่อนหากับเพื่อนที่บริเวณหน้าโรงเรียนศูนย์เด็กเล็กชุมชนโซน 7 ผู้ต้องหาซึ่งอยู่ในอาการเมาสุราได้ทำทีเป็นขอเล่นด้วย และจับผู้เสียหายไปที่ใต้ต้นไม้ในเงามืด พร้อมลงมือข่มขืน เจ้าหน้าที่สืบทราบและนำกำลังไปจับกุมได้


เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทำไปความมึนเมาในฤทธิ์สุรา และเคยกระทำอนาจารเด็กหญิงอายุ 14 ปี ซึ่งเป็นแฟนเก่า แต่จากการตรวจสอบไม่พบว่าเคยโดนคดีในลักษณะดังกล่าว อีกทั้งพบว่าผู้ต้องหาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่เคมี บริษัทน้ำหอม ย่านรามคำแหง เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งเตรียมติดตั้งกล้องวงจรปิดในชุมชนเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและให้คดีลักษณะดังกล่าวลดลงต่อไป

ข่าวและภาพ dailynews.co.th

สตม.รวบอเมริกันแสบวางยาชิงทรัพย์ กว่า 2 ล้านบาท


สตม.รวบ หนุ่มอเมริกันแสบ วางยา รปภ.และพนักงานต้อนรับ โรงแรมดังบนเกาะสมุย งัดตู้นิรภัย ได้ไปกว่า 2 ล้านบาท


วันนี้ ( 9 ม.ค.) พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาผล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชาติชาย  เอี่ยมแสง, พ.ต.อ.อิทธิพล  อิทธิสารรณชัยรอง ผบก.สส.สตม.ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายแฮร์ริส เจย์ เวอร์ทลิบ  สัญชาติอเมริกัน  อายุ 53 ปี  ในข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน ตามหมายจับของศาลจังหวัดเกาะสมุย ที่  3/2556  ลงวันที่ 8 มกราคม 2556   ได้ขณะที่นายแฮร์ริสฯ เดินอยู่หน้าร้าน อนันดา สปา ภายในซอยสุขุมวิท ๑๓ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา  กรุงเทพฯ
           

พล.ต.ท.ภาณุ กล่าวว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับการประสานขอความร่วมมือจาก กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สืบสวนติดตามตัว นายแฮร์ริส เจย์ ก่อเหตุใช้ยานอนหลับผสมลงในเครื่องดื่มเพื่อทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและพนักงานต้อนรับโรงแรมซีสแคป เลขที่ 28/19 หมู่ 3 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย  จว.สุราษฎร์ธานี จนหมดสติเมื่อคืนวันที่ 7 ม.ค.เวลาประมาณ  2.00 น. จากนั้นลงมือไปงัดตู้นิรภัยหลังเคาเตอร์ของโรงแรมจำนวน 53 ตู้ ซึ่งเป็นตู้ที่ใช้ในการรับฝากทรัพย์สินของลูกค้าหายไป และเงินสด 60,000 บาทในโต๊ะทำงาน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท
           

จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ทิฆัมพร ศรีสังข์ ผกก.2 บก.สส.สตม.พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สส.สตม.ออกหาข่าวจนสามารถจับกุมตัวนายแฮร์ริส ได้จากการสอบปากคำเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่าทำงานโฆษณาผ่านเว๊ปไซด์ที่ประเทศสิงคโปร์ เดินทางเข้าออกประเทศไทยมา 4 ครั้งเพื่อท่องเที่ยวและทำงาน ส่วนข้อหาชิงทรัพย์ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานคือเทปวงจรปิดของโรงแรม จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด ดำเนินคดีต่อไป

ข่าวและภาพ จาก www.dailynews.co.th

ลากคอ"ไอ้แบงก์"มือฆ่าเผาพริตตี้ทำแผนฯ


เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 ม.ค. พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้ควบคุมตัวนายไพโรจน์ นันทตันติ หรือแบงก์ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาฆ่าน.ส.อัจฉราณี รักเชื้อ อายุ 23 ปี อาชีพเซลล์แมนขายรถยนต์และพริตตี้สาว ด้วยการใช้ของมีคมปาดคอ ตัดใบหู เฉือนอวัยเพศ และเผาศพอำพราง เหตุเกิดภายในห้องพักเลขที่ 200/166 ชั้น 6 คอนโดเดอะคิทท์ ถนนแจ้งวัฒนะ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางบรรดาญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตและชาวบ้านที่ทราบข่าวจำนวนมาก ต่างมารอดูหน้าฆาตกรรายนี้ พร้อมตะโกนสาบแช่งต่าง ๆ นานา โดยทางเจ้าหน้าที่เกรงว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น จึงกันคนกลุ่มนี้ให้อยูบริเวณนอกรั้วคอนโดฯ
จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาซึ่งมีสีหน้าไม่สะทกสะท้านขึ้นไปทำแผน ฯ บนห้องที่เกิดหตุใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงเสร็จสิ้น ก่อนนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถกลับไปควบคุมที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ทันที โดยระหว่างนั้นมีญาติและเพื่อนของผู้ตายพยายามฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่เข้ามารุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา แต่เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

ทั้งนี้ทางตำรวจเตรียมนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนนทบุรีในวันพรุ่งนี้ (9 ม.ค.) พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ และเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

ด้านน.ส.รัชฏาพร สีดา ญาติของผู้ตาย กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้มาติดพันพี่สาวตน โดยอ้างตัวว่าพ่อเป็นตำรวจ และทางบ้านมีฐานะ และตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี ที่คบหากัน ทราบวามีปากเสียงทะเลาะกันเป็นประจำ แต่ไม่คาดคิดว่าจะถึงขั้นลงมือฆ่า ซึ่งหากนายไพโรจน์สำนึกผิดจริงก็อยากให้ตายตามกันไป  ส่วนศพของพี่สาววันนี้ในช่วงบ่ายก็จะมีการฌาปณกิจศพ ที่วัดสำเภา จ.ปัตตานี

ข่าวและภาพ www.dailynews.co.th

ชายอเมริกันถูกวางยาพิษ"ไซยาไนต์"ดับ หลังถูกล็อตเตอรี 30 ล้าน



การเสียชีวิตของชายชาวเมืองชิคาโกซึ่งถูกล็อตเตอรี นำไปสู่การสอบสวนคดีฆาตกรรม หลังจากผลการชันสูตรศพพบว่าเขาเสียชีวิตจากการถูกวางยาพิษ

นายอูรูจ คาห์น วัย 46 ปี เสียชีวิตทันทีเพียงไม่นานหลังทราบว่า ตนเองเป็นผู้โชคดีถูกรางวัลแจ็คพอตลอตเตอรี่มูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 30 ล้านบาท ) ซึ่งเบื้องต้นคาดกันว่าเกิดจากโรคประจำตัว คดีถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง หลังญาติแสดงความสงสัยว่าอาจเป็นการฆาตกรรม

สำนักงานตำรวจชิคาโกออกมายืนยันว่ากำลังรื้อคดีดังกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง หลังมีหลักฐานชี้ว่าการเสียชีวิตเป็นการฆาตกรรม หลังผลการชันสูตรศพพบว่ามีสารไซยาไนต์

รายงานของสำนักงานตำรวจเมืองชิคาโกเมื่อวันจันทร์ ระบุว่านายอูรูจ คาห์น ซึ่งดำเนินกิจการร้านซักแห้งหลายแห่งในพื้นที่ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิ.ย. ปีที่แล้ว คาห์นได้ซื้อสลากกินแบ่งจากร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้บ้าน ซึ่งผลปรากฏว่า เขาเป็นผู้ถูกรางวัลแจ๊คพอตเพียงหนึ่งเดียว คาห์นจึงรีบเดินทางไปยังสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐอิลลินอยส์ เพื่อนำสลากกินแบ่งไปขึ้นเงินรางวัล ที่เมื่อหลังหักภาษีแล้วเหลืออยู่ที่ 425,000 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 12.75 ล้านบาท )

นายข่านกล่าวเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ปีที่แล้วหลังถูกรางวัลว่า การถูกล็อตตเตอรีมีความหมายสำหรับเขา และเตรียมนำเงินไปลงทุนในธุรกิจและจะบริจาคเงินส่วนหนึ่งให้โรงพยาบาลเด็ก โดยเช็คเงินรางวัลของเขาออกให้เมื่อวันที่ 19 ก.ค. เพียงวันเดียวก่อนการเสียชีวิต แต่ถูกเบิกเช็คออกไปเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ทั้งนี้ ตามกฎระบุไว้ว่า หากผู้ถูกรางวัลเสียชีวิต เงินรางวัลจะตกเป็นมรดกของผู้ถูกรางวัล

ในช่วงหลังเกิดเหตุ สำนักงานชันสูตรศพไม่ได้ทำการพิสูจน์ศพ เนื่องจากตามปกติจะไม่ทำการชันสูตรให้แก่ผู้ที่มีอายุไม่เกิน 45 ปี ยกเว้นแต่การเสียชีวิตมีเหตุน่าสงสัย ผลด้านพิษวิทยาเบื้องต้นระบุว่า เขาเสียชีวิตจากการที่หลอดเลือดแดงหดตัวและแข็งตัวเฉียบพลัน จากสารไซยาไนต์ ที่สังหารเหยื่อได้ภายใน 5 นาที

ข่าวและภาพ www.matichon.co.th

สุดหวาดเสียว!! งูหลาม 6 ฟุต พันรอบแขนทารกขณะนอนหลับ



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าคุณแม่รายหนึ่งพยายามช่วยเหลือลูกสาวจากงูยาว 6 ฟุต ซึ่งพันรอบแขนของทารกน้อย

รายงานกล่าวว่าคุณแม่รายนี้ชื่อเทสส์ กัทธรี จากเมืองลิสมอร์ ในตอนเหนือของเขตนิวเซาธ์เวลส์ ประเทศอังกฤษ ต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะได้ยินเสียงแมวที่เลี้ยงไว้ขู่ฟ่อ เมื่อหันไปมองต้นเหตุก็พบว่าลูกสาวตัวน้อยของเธอถูกงูยาว 6 ฟุต พันรอบแขน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแม้จะตกใจแค่ไหนแต่เธอก็รีบพุ่งเข้าไปจับงู เพื่อดึงออกจากลูกแต่เจ้างูสู้กลับฝังเขี้ยวลงที่มือหนูน้อยถึง 3 ครั้ง  แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็พยายามดึงงูออกอย่างไม่ยอมแพ้ จนในที่สุดก็สามารถขว้างมันออกไปพ้นลูกน้อยได้ จากนั้นรีบเรียกรถพยาบาลและเจ้าหน้าที่จับงูมาที่บ้าน

ขณะที่หนูน้อยซาร่าเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลจากอาการงูกัด เจ้าหน้าที่จับงูก็ให้สัมภาษณ์ว่าพบมันนอนหลับอยู่ระหว่างตู้ข้างเตียงและผนังห้องนอน และสันนิษฐานว่ามันอยู่ในนี้มาหลายวันแล้ว โดยบอกว่างูชนิดนี้คืองูหลามคาเพทซึ่งเป็นงูไม่มีพิษและไม่ได้พยายามทำร้ายหนูน้อย แต่มันมีเซ็นเซอร์ที่ใต้ขากรรไกรล่างซึ่งทำให้มองเห็นทุกอย่างเป็นภาพอินฟาเรดและเห็นทารกเป็นจุดความร้อนจึงอยากมากอดเพื่อความอบอุ่น

รายงานกล่าวว่าหนูน้อยซาร่ากลับบ้านพร้อมแม่หลังได้รับยาฆ่าเชื้อที่โรงพยาบาล ด้านนางกัทธรีให้สัมภาษณ์ว่าเธอเห็นแมวตัวเมียที่บ้านมีพฤติกรรมแปลกๆ มาหลายวันแล้ว และบอกว่ามันเป็นแมวที่กล้าหาญเพราะพยายามสู้กับงูเพื่อช่วยลูกสาวของเธอ

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จับงูกล่าวเพิ่มเติมว่าและงูตัวนี้มีอายุ 5-10 ปี ซึ่งไม่ใช่งูที่ใหญ่เพราะพวกมันสามารถโตขึ้นได้อีกมาก สำหรับงูตัวนี้นางกัทธรีขอร้องว่าอย่าฆ่ามัน เขาจึงปล่อยมันเข้าป่าและชื่นชมว่านางกัทธรีเป็นผู้หญิงที่กล้าหาญและเด็ดเดี่ยว


ข่าวและภาพ จาก www.matichon.co.th

หนุ่มการบินไทยซิ่งเก๋งชนท้ายรถพ่วงไฟคลอกดับ

หนุ่มการบินไทย ควบเก๋งด้วยความเร็วสูง เกิดรถเสียหลักพุ่งชนท้ายรถบรรทุกกระเด็นขึ้นรั้วข้างมาไฟลุกไหม้ คนขับรถบรรทุกพยายามช่วยเอาตัวออกจากรถ แต่ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วคลอกดับสยองต่อหน้า

เมื่อเวลา 09.15 น. วันนี้ (31 ธ.ค.) ร.ต.ต.อิสระ โคกลือชา  พนักงานสอบสวน สทล.กก.8 บก.ทล รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนเพลิงลุกไหม้มีผู้เสียวิต บนทางหลวงพิเศษ(มอเตอร์เวย์) ถนนวงแหวนตะวันออกกาญจนาภิเษกสาย 9 ฝั่งขาออก มุ่งหน้าบางปะอิน แขวงคันนายาว เขตคลองสามวา กทม. รุดไปตรวจสอบพร้อม ว่าที่ ร.ท.มนตรี ทองสีเหลือง ผอ.ส่วนปฎิบัติการความปลอดภัย กรมทางหลวงพิเศษ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมประสานรถดับเพลิง สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานครภัย 3 คัน

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหลักกิโมเมตรที่ 37+400 พบรถฮอนด้า ซีวิค สีเขียว ทะเบียน ภข 9151 กรุงเทพมหานคร เสียหลักปืนอยู่บนรั้วขอบกั้นไหล่ทาง เกิดเพลิงลุกไหม้ทั้งคัน เจ้าหน้าที่ใช้น้ำฉีดควบคุมเพลิงประมาณ 10 นาที เพลิงจึงสงบ ตรวจสอบภายในรถพบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมาคือ นายวุฒิ สัครพันธ์  อายุ 55 ปี พนักงานของบริษัทการบินไทย จำกัด อยู่บ้านเลขที่ 143/15 หมู่ 10 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เสียชีวิตติดอยู่กับที่นั่งเบาะคนขับ สภาพถูกไฟคลอกไหม้เกรียมเป็นที่น่าสยดสยอง และพบสร้อยคอคำทองสวมอยู่ในคอผู้ตายอีก 1 เส้น  โดยภายในรถพบเอกสารถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด แต่ยังมีเอกสารที่เหลือบางส่วนเป็นหนังสือกู้เงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ของพนักงานบริษัทการบินไทยจำกัด กอง DL เลขประจำตัวพนักงาน 015176 ระบุชื่อ นายวุฒิ สัครพันธ์  เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้ตรวจสอบ นอกจากนี้ห่างไปประมาณ 50 เมตร พบรถบรรทุกก๊าซเอทานอล จำนวน 48,000 ลิตร ยี่ห้ออีซุซุ รถพ่วง 22 ล้อ พ่วงหน้าทะเบียน 71-7721 ชลบุรี พ่วงท้ายทะเบียน 71-4080 ชลบุรี ของบริษัท ชลบุรีเสริมทรัพย์ขนส่ง จำกัด ช่วงท้ายด้านซ้ายมีร่องรอยถูกเฉี่ยวชนจอดอยู่บนไหล่ทาง จอดอยู่

สอบสวนนายประสาท บุบผาแสง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 5 ต.กุดรัง อ.กุดรัง จ.มหาสารคาม พนักงานขับรถ ของบริษัท ชลบุรีเสริมทรัพย์ขนส่ง จำกัด ให้การว่า ขับรถบรรทุกก๊าซคันดังกล่าวไปส่งก๊าซที่จ.ชลบุรี จากนั้นกำลังจะเดินทางกลับบริษัทที่จ.สระบุรี มาถึงที่เกิดเหตุได้เสียงเหมือนมีอะไรมาชนท้ายดังสนั่น จึงรีบจอดรถลงไปดู พบรถคันดังกล่าว ปืนขึ้นไปบนราวกั้นรั้วเหล็กแล้ว พร้อมกับมีแสงเพลิงและกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากตัวรถเป็นจำนวนมาก จึงรีบนำถังดับเพลิง ในรถ ไปช่วยคนเจ็บที่ติดอยู่ภายใน

“ โดยในขณะนั้นผู้ตายยังมีชีวิตอยู่พร้อมพยายามโบกมือขอความช่วยเหลือ ตนจึงรีบใช้ถึงดับเพลิงทุบกระจกรถจนแตกและพยายามจะเปิดประตูรถเพื่อช่วยคนเจ็บออกมาแต่ก็เปิดไม่ออก ระหว่างนั้นได้ใช้น้ำยาเคมีดับไฟที่กำลังลุกไหม้ อย่างรุนแรง แต่เนื่องจากรถคันดังกล่าวได้ใช้เชื้อเพลิงเป็นน้ำมันและแก๊ส แอลพีจี  ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ทำให้ไฟคลอกผู้ตายจนเสียชีวิตคาที่ตายไปต่อหน้าต่อตา “นายประสาท กล่าวทิ้งท้าย

ด้านร.ต.ต.อิสระ เปิดเผยว่า ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะขับรถมาด้วยความเร็วสูง เมื่อถึงที่เกิดเหตุ รถเสียหลัก จนไม่สามารถควบคุมรถได้ จากนั้นพุ่งชนท้ายรถบรรทุกก๊าซ กระเด็นไปเกยแนวกันถนน เกิดเพลิงลุกไหม้เสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะนำศพส่งสถาบันนิเวชรพ.ตำรวจ ผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป..


ข้อมูลและภาพ www.dailynews.co.th

จยย.ตัดหน้ารถทัวร์แสวงบุญพลิกคว่ำตาย 2 เจ็บระนาว 40

รถทัวร์2ชั้นซิ่งสยองชนจยย. เสียหลักพุ่งตกไหล่ทางเข้าป่าคว่ำตาย 2 เจ็บระนาวกว่า 40 คน ผู้โดยสารสุดระทึกกระโดดหนีตาย ส่วนที่เผ่นไม่ทันติดคารถหวีดร้องขอความช่วยเหลือ ตำรวจระดมกู้ภัยลำเลียงคนเจ็บกระจายส่ง 3 โรงหมอโกลาหล เผยเป็นคณะทัวร์จากสุไหงโก-ลก จะไปทำบุญเมืองตรัง ดันเกิดเรื่องสลดก่อนได้บุญ ตำรวจเร่งสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์หาข้อเท็จจริงดำเนินคดี


เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 6 ม.ค. พ.ต.ต.ประวัตร  คชรัตน์  พนักงานสอบสวนสภ.ควนเนียง จ.สงขลา รับแจ้งอุบัติเหตุรถทัวร์ชนรถจยย.มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายบนถนนสายเอเชีย ตรงข้ามหน่วยบริการประชาชนแพรกสุวรรณ หมู่11 ต.บางเหรียง เส้นทางระหว่างอ.ควนเนียงกับอ.รัตภูมิ  จึงไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์นเรนทรหาดใหญ่ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีท่งเซียเซี่ยงตึ้งหาดใหญ่ และหน่วยกู้ภัยพร้อมรถพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียง


ที่เกิดเหตุ  พบรถบัส 2 ชั้น เลขทะเบียน 30-0060 นราธิวาส ของบริษัทคณายนต์อินเตอร์กรุ๊ป พลิกคว่ำตะแคงข้างอยู่ในป่าข้างทางสภาพพังยับเยิน  ผู้โดยสารกว่า40 ชีวิตติดอยู่ในรถต่างหวีดร้องขอความช่วยเหลือ  ขณะที่บางคนกระโดดหนีออกจากรถได้ทันก็บาดเจ็บส่วนหนึ่ง  จึงรีบลำเลียงผู้บาดเจ็บกระจายส่งรพ.หาดใหญ่ รพ.รัตภูมิ และรพ.บางกล่ำด้วยความโกลาหล   ในจำนวนนี้อาการสาหัสนับสิบคน

นอกจากนี้ ภายในรถยังพบศพหญิง1 คน และเสียชีวิตระหว่างนำส่งรพ.หาดใหญ่เป็นหญิงอีก 1 คน เบื้องต้นยังไม่ทราบชื่อ   ส่วนรถจยย.ซูซูกิเลข ทะเบียน คนว 881 สงขลา คู่กรณีถูกชนล้มพังเสียหายอยู่บนถนน ผู้ขับขี่ชาย 2คนได้รับบาดเจ็บสาหัสนำส่งรพ.หาดใหญ่เช่นกัน


สอบสวนนายเอกชัย ชูศรี อายุ41 ปี คนขับรถทัวร์   เบื้องต้นให้การว่า กำลังนำคณะทัวร์ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่เดินทางจาก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ไปทำบุญที่วัดหัวถนน จ.ตรัง  ถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางแยกไม่มีไฟแดง จู่ๆรถจยย.วิ่งตัดหน้ากระชั้นชิดเพื่อจะข้ามไปกลับรถ  ตนพยายามเบรกแต่ไม่ทันจึงพุ่งชน ทำให้รถเสียการควบคุมตกริมทางไปชนต้นไม้และพลิกคว่ำดังกล่าว  ตำรวจจะสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์และคู่กรณีถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอีกครั้ง

ข้อมูลข่าวและภาพ www.dailynews.co.th


ผัวโมโหหิวพลั้งมือฆ่าเมียรักดับอนาถ

กล่องข้าวน้อยฆ่าเมีย ผัวหิวข้าวจนตาลายหลังกลับจากหว่านปุ๋ยนาข้าวเสร็จ มุ่งตรงกลับบ้าน ปรากฏเมียยังไม่ได้ทำอาหารแถมข้าวก็ยังไม่ได้หุง ฉุนด่ากราดก่อนโต้เถียงกัน เมียวิ่งไปคว้ามาลุยจนเกิดยื้อยุดฉุดกระชาก กระทั่งมีดพลาดไปฟันถูกคอเมียดับ พอได้สติหายหิว สำนึกผิดเรียกคนมาช่วยหามเมียส่งโรงพยาบาล แต่ไม่ทันการณ์
เมื่อวันที่ 6 ม.ค. พ.ต.ท.ประจักร สุขคง พนักงานสอบสวน สภ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท เปิดเผยว่า เมื่อช่วงดึกวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจาก รพ.ชัยนาทนเรนทรว่า มีผู้บาดเจ็บจากการถูกของมีคมฟันที่ลำคอเป็นแผลเหวอะถูกนำตัวมารักษาที่ห้องฉุกเฉิน จึงรุดไปตรวจสอบพบ นางลำแพน อินทร์กลับ อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 488 หมู่ 4 ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ อาชีพเป็นสาวโรงงานเย็บรองเท้า ถูกฟันบริเวณลำคอเป็นทางยาว 4 ซ.ม. อาการสาหัส ก่อนจะทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ส่วนผู้ที่ก่อเหตุคือ นายสินชัย หรือเปี๊ยก แสงเดือน อายุ 64 ปี ซึ่งเป็นสามีของผู้ตาย เจ้าหน้าที่นำกำลังไปจับกุมได้ใกล้เคียงบ้านพักผู้ตาย โดยอยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนัก จากนั้นได้นำไปหามีดของกลางที่ตกอยู่ในบ้านพักและคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.มโนรมย์

สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า มีอาชีพรับจ้างหว่านปุ๋ยและฉีดยาฆ่าแมลงให้นาข้าว ยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือสังหารผู้ตายจริงแต่เกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งก่อนเกิดเหตุนั้น ตนรู้สึกหิวข้าวจนตาลายหลังกลับมาจากไปหว่านปุ๋ยนาข้าวเสร็จ แต่พอสอบถามถึงข้าวปลาอาหาร ผู้ตายกลับตอบว่ายังไม่ได้ตระเตรียมอะไรไว้เลย แถมข้าวก็ยังไม่ได้หุง ด้วยความโมโหหิวที่อุตส่าห์มุ่งหน้ามากินข้าวที่บ้านไม่ยอมแวะข้างทาง จึงด่าทอจนเกิดการโต้เถียงกัน ก่อนที่ผู้ตายจะวิ่งไปหยิบมีดปลายแหลมจากห้องครัวเข้ามาทำร้าย ก่อนจะมีการยื้อยุดฉุดกระชากกันขึ้น กระทั่งเกิดพลาดจนปลายมีดฟันไปที่ลำคอผู้ตายหนึ่งครั้งจนเสียชีวิต ซึ่งพอตั้งสติได้ก็รู้สึกเสียใจมาก รวมทั้งไม่มีอาการหิวแล้ว จึงไปเรียกคนมาช่วยเหลือนำผู้ตายไปส่งโรงพยาบาล จากนั้นก็ไปซื้อเหล้าขาวมากินย้อมใจดังกล่าว.


ข้อมูลข่าวและภาพจาก www.dailynews.co.th